ภาพสวย ๆ ของหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยวบ้านสามช่อง ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงาบ้านสามช่องเหนือ ต.กะไหล หมู่่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวรีวิวบ้านสามช่องเหนือจากเว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/30503150

ก่อนจะเลี้ยวซ้ายตรงกำแพงสถานีวิจัยป่าชายเลนจังหวัดพังงา แล้วขับตรงดิ่งไปตามทางคอนกรีต จนสุดถนน ก็จะเจอท่าเรือบ้านสามช่องเหนือ ขึ้นเรือใช้เวลาข้ามฟากไม่ถึงห้านาที เราก็มาถึงหมู่บ้านสามช่องเหนือ ซึ่งผู้ใหญ่ สุรัช สุมาลี ก็ยืนรอพวกเราที่หน้าบ้านอยู่แล้ว “บ้านสามช่อง เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม บ้านสามช่องเหนือ เดิมเรียกว่าทับเหนือ คำว่า ‘ทับ’ หมายความว่า ที่อยู่อาศัยชั่วคราวของชาวประมง ต่อมาเมื่อปี 2457 ก็ได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านสามช่องเหนือ ตามที่มาของลำคลองสามสายที่ไหลผ่านเหนือหมู่บ้าน คือ คลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ และไหลมารวมกันเรียกว่า คลองสามช่อง ส่วนบ้านสามช่องใต้นั้น เป็นหมู่บ้านที่แยกตัวออกมาจากบ้านสามช่องเหนือ เนื่องจากขณะนั้นมีผู้คนโยกย้ายการทำมาหากินไปอยู่ที่ตอนใต้ของหมู่บ้านกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ที่อยู่ตอนใต้มีจำนวนผู้คนมากขึ้น เพื่อสะดวกในการปกครอง ทางราชการจึงแยกหมู่บ้านอออกเป็นสองหมู่บ้านเรียกว่า บ้านสามช่องเหนือ และบ้านสามช่องใต้” ผู้ใหญ่ สุรัช เล่าถึงประวัติความเป็นมาของทั้งสองหมู่บ้านให้เราได้ฟัง “นักท่องเที่ยวที่มา ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม เป็นนักเรียนบ้าง เป็นครอบครัวบ้าง มาทีก็มากันหลายคืน เราก็จะกระจายให้พักกับชาวบ้าน เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวบ้านจริง ๆ แล้วเราก็จะพาออกไปทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ปลูกป่าชายเลน ทำกะปิ กรีดยาง หรือ ทำใบจาก ที่ใช้สูบกับยาเส้น” ผู้ใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า ผู้ใหญ่ สุรัช พาพวกเราไปรู้จักกับครอบครัวของ ม๊ะมูน๊ะ ทอดทิ้ง หญิงชราวัย 70 ปี ที่มีอาชีพทำกะปิและใบจาก ซึ่งถือเป็นสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ ม๊ะ มูน๊ะ บอกกับเราว่า ใบจากที่เธอทำนั้นมีคนมารับซื้อไม่ต่ำกว่า 200 มัดต่อวัน อีกทั้งกะปิก็สามารถขายได้วันละประมาณ 20 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเธอไม่ใช่น้อย โดยเธอไม่จำเป็นต้องเอาไปขายเองที่ตลาด แต่จะมีคนมารับซื้อ หรือสั่งทำถึงบ้านกันเลยทีเดียว เธออธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับวิธีการทำกะปิ สินค้าขายดีอีกอย่างของบ้านสามช่อง “พอได้กุ้งเคยมาจากในเล (ทะเล) ก็เอามาตากแดดให้แห้ง แล้วก็เอาไปเท่ม (ตำ) ให้เนียน (ละเอียด) แล้วหมักไว้สัก เส ห้า วัน (สี่ถึงห้าวัน) ถึงนำไปตากอีกสองสามวัน ก็ใช้ได้แล้ว” ม๊ะ มูน๊ะ อธิบายเป็นสำเนียงใต้อย่างชัดถ้อยชัดคำ กะปิที่นี่จะมีกลิ่นหอม และมีรสกลมกล่อม ซึ่งลูกค้าบางคนเดินทางมาไกลจากหลายพื้นที่ เพียงเพื่อมาซื้อกะปิจากที่นี่เป็นของฝาก หรือประกอบอาหาร เมื่อเห็นว่าได้พาพวกเราชมทุกซอกซอยหมู่บ้านดีแล้ว ผู้ใหญ่ ก็ขอตัวไปทำละหมาด พวกเราจึงบอกลาผู้ใหญ่ และนั่งเรือมากลับมาทานอาหารทะเลสด ๆ จากกระชังของร้านอาหารริมน้ำที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้าน นั่งทานข้าวไป ชมบรรยากาศของคลองสามช่องที่ไหลเอื่อย ๆ เหมือนจังหวะชีวิตของชาวบ้านสามช่องที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ไม่รีบร้อนตามฉบับชาวประมง ที่ต้องอดทนกับการรอคอยเพื่อให้ได้ปลาอย่างที่ตั้งใจ หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ คุณผู้อ่านยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวไหน หรืออยากหลีกหนีจากความวุ่นวายในสังคมเมือง แต่ไม่อยากเดินทางไกล ๆ ลองขับรถเพลิน ๆ มาที่บ้านสามช่อง มาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวคิดกับชาวบ้านที่นี่ บางทีคุณอาจจะค้นพบว่า ความสุข หาง่ายกว่าที่คิด ณ บ้านสามช่องเหนือ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จัดกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ดำเนินการโดยอำเภอตะกั่วทุ่ง ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน บ้านสามช่องเหนือ องค์การบริหารส่วนตำบลกะไหล และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตะกั่วทุ่ง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มเครือข่ายชุมชน เครือข่ายการท่องเที่ยว ชาวบ้านสามช่องและประชาชนจากพื้นที่ตำบลกะไหลข้าร่วมภายในงานจัดให้มีกิจกรรม 6 อย่างดังนี้1.การทำความสะอาดทั่วหมู่บ้าน2.จัดบูธอาหารดี ของอำเภอตะกั่วทุ่ง3. จัดนิทรรศการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา4.การแสดงมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น5. กิจกรรมการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ด้วยการปล่อยปูดำและหอยแครงลงสู่ทะเล 6. กิจกรรมเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชน คือ ถ้ำเพชรปะการัง พายคะยัก และนั่งเรือชมเกาะ อำเภอตะกั่วทุ่ง นับเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองที่ประชาชนอยู่กันอย่างสงบ มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายกลมกลืน ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวตะวันตก รวมทั้งวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเอื้อต่อการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งสามารถที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวได้เป็นอย่างดี จากลักษณะพิเศษของบ้านสามช่องดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการจัดกิจกรรมขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตที่โดดเด่นแปรเป็นผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวขึ้นมา เป็นการสร้างความสามัคคี ความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเมืองท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ติดตามมาคือ การสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่น โฮมสเตย์ รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อต้อนรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสู่อำเภอตะกั่วทุ่งเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านสามช่องเหนือเป็นเจ้าของบ้านที่ดี โดยให้การต้อนรับกับแขกที่มาเยือนอย่างดีที่สุด

(Visited 1 times, 1 visits today)