หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านกลาง ต.บางทอง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ประวัติหมู่บ้าน
ในอดีต หมู่บ้านนี้ประกอบด้วยชุมชน 3 ชุมชน ได้แก่ 1. ชุมชนบ้านบางครก 2. ชุมชนบ้านทุ่งดอน 3. ชุมชนบ้านกลาง แบ่งเป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่1 บ้านบางครก มี นายเอียด เกษม เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 มี 2 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านทุ่งดอนรวมกับชุมชนบ้านกลาง มีนาย เขือบ จงจิตร เป็นผู้ใหญ่บ้าน
สภาพความเป็นอยู่ของประชากรชาวหมู่ที่ 1 ในอดีตอยู่ในสภาพพอปานกลาง ความเจริญด้านถนนหนทางยังเข้ามาไม่ถึง แต่อาศัยพื้นที่ดินดี เหมาะสมในการเกษตร เรื่องทำไร ทำนา และปลูกพืชผลหลายชนิด งอกงามดี ความเป็นอยู่ค่อยๆเจริญขึ้นตามลำดับ ทั้งอาศัยชาวบ้านทั้งหมดเป็นชาวพุทธ จึงมีความรัก ความสามัคคีกันทั้งบ้าน เมื่อครั้งท่านผู้ใหญ่เขือบ ดำรงตำแหนงผู้ใหญ่บ้านประเทศไทยกำลังทำสงครามกับประเทศฝรั่งเศสบ้านเมืองอยู่ด้วยความยากลำบากหลายด้าน เศรษฐกิจก็ฝืดเคือง ไม่ได้สร้างหรือพัฒนาหมู่บ้านแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อสงครามฝรั่งเศสจบลง ก็ต้องเป็นทางผ่านระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นอีก ประเทศก็บอบช้ำหมู่บ้านกลางเราก็บอบช้ำไปตามกันทั้งประเทศ ต่อมาเมื่อศึกสงบก็เป็นช่วงของท่านผู้ใหญ่เหมาะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทางราชการก็มีเวลาพัฒนาบ้านเมืองมากขึ้น หมู่บ้านกลางของเราก็ได้ทุนมาทำคันนบปิดน้ำเพื่อใช้ในการทำนา และขุดลอกคูคลองส่งน้ำ ต่อมาผู้ใหญ่เหมาะก็ครบเกษียณอายุ ท่านผู้ใหญ่บัวเข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกระยะหนึ่ง ท่านจึงถือโอกาสพัฒนาหมู่บ้านหลายประการ เช่น โรงเรียนบ้านทุ่งดอน อนามัยทุ่งดอน ศาลาบ้านกลาง ถนนเพิ่มเติมให้ดีขึ้น จนท่านผู้ใหญ่บัวครบเกษียณอายุ ท่านผู้ใหญ่จำรัส เกตุแก้ว เข้ามาเป็นผู้ใหญ่บ้านคนต่อไป ก็มีการสานต่องานใหม่ขึ้นอีกหลายอย่าง เช่น ทำฝ่ายคลองปรุที่นำน้ำมาใช้ในหมู่บ้าน และขุดลอกหนองน้ำหานยายอินให้กว้างขึ้นอีก ประมาณ 11 ไร่เศษ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ในตอนที่ท่านผู้ใหญ่จำรัสเป็นผู้ใหญ่อยู่นั้นประชากรก็เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่กว้างยากต่อการปกครองดูแล ท่านผู้ใหญ่จำรัส ก็ขอแยกหมู่บ้าน ออกไปเป็นหมู่ที่ 7 ของตำบลบางทอง ให้ชื่อว่า “หมู่บ้านหาดทรายขาว” ของทุกวันนี้ ต่อมาท่านผู้ใหญ่จำรัสครบเกษียณอายุลง จึงได้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็ได้ท่านผู้ใหญ่สมบูรณ์ มุขแก้ว ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ท่านก็ได้บูรณาการขึ้นมาหลายรายการ เช่น ปรับปรุงถนนหนทางให้ดีขึ้น จัดหาเครื่องใช้ในหมู่บ้าน จัดตั้งกลุ่มต่างๆเพื่อสนองความต้องการของประชาชนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ท่านผู้ใหญ่สมบูรณ์ ปฏิบัติงานจนครบวาระ ก็มีการเลือกตั้งใหม่ มีนายเฉลียว สัจจารักษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ท่านก็ได้ทำงานพัฒนาหมู่บ้าน ในหลาย ๆ ด้าน เช่น สร้างศาลาไว้หนึ่งหลังเป็นที่เก็บของและที่ประชุม ก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพิ่มขึ้น บูรณะถนนหนทางให้ดีขึ้นตามลำดับ จนครบวาระตามกฎหมายลักษณะการปกครองท้องที่ของสมัยนั้น 5 ปีจึงมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในวันที่ 10 มกราคม 2554 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งคือ นายวิโรจน์ มุขแก้ว มาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ขณะนั้นจนถึงปัจจุบัน
จุดแข็ง คือ ศักยภาพความสามารถหรือข้อเด่นของหมู่บ้านเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่น
1 ความสามัคคี
2 ทรัพยากรธรรมชาติ
3ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
4 มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน
(2.5)การดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีจุดเรียนรู้
(2.6)ความเข้มแข็งของผู้นำ
(2.7)การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีจิตอาสา
(2.8)มีกลุ่มทุนชุมชนที่เข้มแข็ง

• ด้านเศรษฐกิจ
– เป็นหมู่บ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมีการปลูกผักสวนครัวไว้กินเองอีกทั้งมีจุดเรียนรู้ไว้ให้ศึกษา

•ด้านสังคม(เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม)
– มีความสามัคคีกันภายในหมู่บ้าน รวมถึงมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
– มีการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน

•ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– มีทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอในการประกอบอาชีพ

•ด้านการเมืองและการบริหารจัดการ

– มีผู้นำที่เข้มแข็ง ทำให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง

(Visited 1 times, 1 visits today)